วันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2554

เกาะสุกร





เกาะสุกร..
  
   เกาะสวรรค์แห่งการเรียนรู้ได้ทั้งปี
     เกาะสุกร  เป็นตำบลหนึ่งของอำเภอปะเหลียน ตัวเกาะขนานกับแนวชายฝั่ง ห่างจากฝั่งเพียง 3 กิโลเมตร สภาพตัวเกาะประกอบด้วย เขา สวน ป่า นา เล (ภูเขา สวนยางพารา ป่าโกงกาง นาข้าว และทะเล) ทั้งนี้เมื่อหมดฤดูนาข้าว ก็จะเห็นไร่แตงโมพันธุ์หวานแดงอร่อย สินค้าขึ้นชื่อของเกาะสุกร
     แปลกแต่จริง!  ชื่อเกาะสุกร หรือหมู แต่ประชากรบนเกาะส่วนใหญ่ นับถือศาสนาอิสลาม ดังนั้นจึงไม่มีการเลี้ยงหมู และไม่มีสุนัข (ซึ่งในอดีตมีหมูป่ามากบนเกาะ) และไม่มีการจำหน่ายสุราบนเกาะ
     เกาะสุกร ถึงแม้จะเป็นเกาะที่มีชายหาดที่ไม่สวยงามเหมือนกับเกาะแก่งอื่นๆ แต่มีสิ่งที่น่าสนใจสามารถนำเสนอขายได้ทั้งปีในลักษณะ (เที่ยวสนุกแบบมีสาระ หรือเที่ยวเพลิน "Plern = Play & Learn") ในราคาที่ไม่แพง และรู้สึกคุ้มค่าเงินที่ได้จ่ายไป อาทิ
        - การพักผ่อนชายหาด
        - การปั่นจักรยานโดยมีเส้นทางผ่าน เขา สวน ป่า นา เล (ภูเขาหรือทางลาดชัน/สวนยางพารา (ชมการกรีดยางช่วงเช้ามืดและกรรมวิธีให้ได้ซึ่งแผ่นยางที่สวยงาม) สวนมะม่วงหิมพานต์ ป่าโกงกาง ป่าโปร่ง บรรยากาศท้องทุ่งนาข้าว สูดความหอมของกลิ่นขวัญข้าวช่วงตั้งท้อง ฝูงวัวควาย ฝูงนกเป็ดน้ำ นกกระยาง นกกวัก ไร่แตงโม มะม่วงพันธุ์มาเลที่มีผลขนาดใหญ่มาก ชายหาดหลายพื้นที่ซึ่งมีการแกะอวนปู ปลา เป็นระยะๆ) ชมฝูงปูก้ามดาบ ปูหลากสี ฝูงนาก สัตว์ป่าชายเลน
        - ร้านจำหน่ายผาบาติก เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวเรียนรู้ และหัดวาดลายผ้าบาติก รวมทั้งกรรมวิธีการย้อมผ้า
        - การเช่าเรือไปดำน้ำที่เกาะเหลาเหลียง (ชมปะการังเจ็ดสี ปลานีโม่) และเกาะตะเกียง ซึ่งมีปะการังนานาชนิดเหมาะสำหรับการศึกษา/เรียนรู้เชิงนิเวศน์ทางทะเล/ปีนผา
        - บริเวณเกาะสุกร พบป้ายอนุรักษ์/ห้ามล่านกเป็ดน้ำ ป้ายพื้นที่อนุรักษ์ป่าโกงกางหลายพื้นที่ สื่อให้เห็นถึงความใส่ใจในการอนุรักษ์สภาพแวดล้อม
        - บนเกาะสุกร มีที่พักทั้งสิ้น 5 แห่ง ส่วนใหญ่เปิดให้บริการช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวและที่พักแบบโฮมสเตย์ ที่ให้บริการโดยชุมชนในราคาที่ไม่แพง

การเดินทางไปยังเกาะสุกร...     สามารถลงเรือได้ 2 ท่า คือ ท่าเรือท่าข้าม อำเภอปะเหลียน และท่าเรือแหลมตะเสะ กิ่งอำเภอหาดสำราญ แต่ส่วนใหญ่นิยมมาลงเรือที่ท่าเรือแหลมตะเสะ เพราะใช้เวลาการเดินทางน้อยกว่า ประมาณ 20 นาที มีเรือหางยาวโดยสารบริการตลอดวัน รอให้คนเต็มจึงออกเรือ หรือจะเลือกเป็นแพ็คเกจทัวร์ของแต่ละที่พักซึ่งจะมีเรือรับส่งถึงที่พัก
สัมผัสความประทับใจ "เกาะสุกร"

วันศุกร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554

เกาะไหง




เป็นเกาะที่มีหาดทรายสีขาว และแนวปะการัง กัลปังหา สะดวกในการดำผิวน้ำชมแนวปะการังและฝูงปลาแสนสวย ทางปลายเกาะ ท่านจะได้ชมทัศนียภาพ ของพระอาทิตย์ขึ้นเหนือหมู่เกาะทะเลตรัง ในตอนเช้าตรู่ และ ทัศนียภาพ ของพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าเหนือทะเลอันดามัน ณ. แหลมเจ้าแม่กวนอิม คล้ายเจ้าแม่กวนอิม แถวนี้เป็นจุดดำน้ำอีกจุดหนึ่ง เขตต่อแดนจังหวัดตรัง จังหวัดกระบี่



เกาะมุก



เป็นเกาะใหญ่อีกเกาะหนึ่งในน่านน้ำตรัง หากมองจากภาพถ่ายทางอากาศจะเห็นหัวแหลมของเกาะมุก ยื่นแหลมออกมากลางทะเล บริเวณหัวแหลม คือเขตชุมชนบ้านเกาะมุก ที่ขนาบด้วยหาดเทียบท่าเรือเข้าหมู่บ้าน คือ หาดหัวแหลม และอีกด้านมีลักษณะโค้งเป็นอ่าวกำบังลมได้ดี เรียกว่า อ่าวพังกา ชายทะเลทั้งสองด้านมีหาดทรายขาวสะอาด น้ำใส เหมาะที่จะเล่นน้ำได้ดี ลักษณะของเกาะส่วนใหญ่เป็นโขดผาสูงตระหง่าน หันหน้าออกสู่ทะเลใหญ่ ทางด้านทิศตะวันตก หมู่บ้านชาวประมงจะอยู่ทางฝั่งตะวันออกของตัวเกาะ ซึ่งหันหน้าเข้าแผ่นดินใหญ่ หน้าผาโขดหินสูงเป็นที่อยู่อาศัยของนกนางแอ่นและได้ซุกซ่อนถ้ำมรกตหรือถ้ำน้ำ อยู่ทางทางด้านทิศตะวันตกของตัวเกาะ

ถ้ำมรกต



ถ้ำมรกต เป็นถ้ำที่อยู่บนเกาะมุกต์ อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ถ้ำมรกต ถ้ำมหัศจรรย์กลางทะเล จะเข้าออกได้เฉพาะช่วงน้ำลงเท่านั้น ปากถ้ำเป็นโพรงเล็กๆ การเข้าออกจะต้องลอยคอในน้ำ ลอดถ้ำอันมืดมิด ผ่านเส้นทางคดโค้ง ระยะทางประมาณ 80 เมตร จากทะลุสู่ถ้ำด้านในซึ่งเป็นหาดทรายขาวนวลมีป่าไม้เขียวขจี เป็นฉากหลังและมีโพรงรับแสงสว่างลงมาจากด้านบนได้ ที่สุดแห่งความมหัศจรรย์นั้น ยังอยู่ที่บริเวณปากทางเข้าถ้ำซึ่งน้ำทะเลเป็นสีเขียวมรกตงดงามยิ่งนัก


ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยวถ้ำมรกตคือ ช่วงที่น้ำขึ้นเต็มที่ในแต่ละวัน เนื่องจากจะเห็นทะเลสาบสีมรกตงดงาม และเวลาที่แสงจะลอดปากถ้ำมรกตลงมา คือระหว่าง 10.00-14.00 น. การลอดถ้ำสามารถทำได้ตลอดเวลา เดือนที่เหมาะสมในการท่องเที่ยวคือระหว่างเดือนธันวาคม ถึงต้นเดือนพฤษภาคม เวลาน้ำลงเพื่อมุดเข้าถ้ำมรกตได้ หากใครที่ต้องการที่จะเข้าไปจะต้องทำเวลา เพราะเราต้องดูน้ำขึ้นน้ำลงด้วย ใครที่ไปแล้วว่ายน้ำไม่เป็นไม่ต้องกลัว เพราะมีเสื้อชูชีพ แล้วเวลาเข้าถ้ำนั้น จะมีเชือกให้เกาะ ไปเรื่อยคับ จาได้ไม่พลัดหลงกัน

ถ้ำเลเขากอบ


หินงอกหินย้อยในถ้ำเลเขากอบ


ถ้ำเลเขากอบ

ตั้งอยู่ที่ อำเภอห้วยยอด จังหวัด ตรัง เป็นภูเขาหินปูนโดดที่มีสายน้ำไหลล้อมรอบและทะลุผ่านใต้ภูเขาสายน้ำเหล่านี้หลั่งไหลมาจากผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์บนเทือกเขาบรรทัด ภายใต้เขากอบแห่งนี้เสมือนเป็นเมืองใต้พิภพที่มีความสวยงามของประติมากรรมธรรมชาติ 
เป็นโถงถ้ำ มีหินงอกหินย้อยรูปทรงแปลกตา และที่โดดเด่นมากที่สุดของเขากอบ คือ หลอดหินย้อย (Soda Straw) ซึ่งมีขนาดยาวเป็นพิเศษจำนวนนับหมื่นนับแสนแท่ง ภายในถ้ำมีระยะทางยาวประมาณ 4 กิโลเมตร

การล่องเรือเข้าถ้ำ สายน้ำที่ไหลผ่านเข้าถ้ำเขากอบ จะเป็นกระแสน้ำที่ไหลเรียบ ไม่มีแก่ง ตลอดความยาวของคลองใต้ภูเขา มีระยะทาง ประมาณ 4 กิโลเมตร เรือจะล่องผ่านโถงถ้ำต่าง ๆ เช่น ถ้ำคนธรรพ์ ถ้ำรากไทร ถ้ำท้องพระโรง และถ้ำอื่น ๆ นับหลายแห่ง สามารถจอดเรือเพื่อเดินขึ้นชมความงามแต่ละคูหาได้อย่างสะดวก 

พื้นที่ของจังหวัด ตรัง เป็นที่ตั้งของน้ำตกที่สวยงามกว่า 30 แห่ง เช่น น้ำตกไพรสวรรค์ น้ำตกสายรุ้ง น้ำตกโตน- เต๊ะ น้ำตกลำปลอก ซึ่งอยู่ในเขตอำเภอนาโยง อำเภอย่านตาขาว และอำเภอปะเหลียน ธารน้ำแต่ละแห่งเต็มไปด้วยเกาะแก่งท้าทายต่อการล่องเรือยางทั้งสิ้น โดยเฉพาะที่น้ำตกไพรสวรรค์ อำเภอย่านตาขาว นอกจากความสวยงามของตัวน้ำตกแล้ว ธารน้ำยังมีความยาวลดหลั่นคดเคี้ยวเป็นระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร มีแก่งกลางน้ำที่น่าตื่นเต้นอยู่หลายแห่ง ใช้เวลาในการล่อง ประมาณ 3 ชั่วโมง กิจกรรมนี้ให้ความสนุกสนานแก่นักท่องเที่ยวได้อีกอย่างหนึ่งในช่วงฤดูฝน (ระหว่างเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ท่องเที่ยวทางทะเลไม่ได้) 

การเดินทาง



จากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 4 สาย ตรัง -ห้วยยอด ผ่านตัวอำเภอห้วยยอด เลยไปประมาณ 5 กิโลเมตร จากนั้น เลี้ยวซ้ายเข้าถนน รพช. เขากอบเขาหัวแหวน ประมาณ 700 เมตรยกเลี้ยวซ้ายเข้าเขากอบ บริเวณหน้าถ้ำจะมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว

ท่องเที่ยวอันดามัน


ทะเลอันดามัน (อังกฤษAndaman Sea) เป็นทะลที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอ่าวเบงกอล ส่วนหนึ่งของมหาสมุทรอินเดีย ทางเหนือของทะเลติดกับปากแม่น้ำอิระวดีในประเทศพม่า ทางตะวันออกเป็นคาบสมุทรพม่า ประเทศไทย และประเทศมาเลเซีย ทางตะวันตกเป็นหมู่เกาะอันดามัน และหมู่เกาะนิโคบาร์ภายใต้การปกครองของอินเดีย ทางใต้ติดกับเกาะสุมาตรา (ส่วนหนึ่งของอินโดนีเซีย) และช่องแคบมะละกา ทะเลอันดามันมีความยาวจากเหนือจรดใต้ประมาณ 1,200 กิโลเมตร กว้าง 650 กิโลเมตร กินพื้นที่ประมาณ 797,700 ตร.กม. มีความลึกเฉลี่ย 870 เมตร จุดที่ลึกที่สุดมีระดับความลึก 3,777 เมตร